ระบบสืบพันธุ์อวัยวะของเพศชาย

Male-reproductive-system

สิ่งมีชีวิตทุกชนิดล้วนมีระบบสืบพันธุ์ของตนเอง ถึงแม้ว่าจะกระบวนการแตกต่างกันออกไปก็ตาม แต่หลักๆ ก็คือการให้กำเนิดชีวิตขึ้นใหม่ เป็นหนึ่งสำคัญที่ช่วยแบ่งแยกเราออกจากสิ่งอื่นที่ไม่มีชีวิต ดังนั้นจึงบอกได้เลยว่าระบบสืบพันธุ์เป็นสิ่งจำเป็นในการรักษาเผ่าพันธุ์ให้มีชีวิตอยู่รอดสืบ ในระบบสืบพันธุ์ของมนุษย์แบ่งออกเป็นสองชนิด ได้แก่ เซลล์เพศ หรือ เซลล์สืบพันธุ์ ของเพศชายเราเรียกว่าสเปิร์ม (sperm) ส่วนของผู้หญิงเรียกว่า ไข่ (ovum) ซึ่งจะทำปฏิสนธิกับสเปิร์มจนกำเนิดชีวิตขึ้นใหม่ ทั้งระบบสืบพันธุ์เพศชายและเพศหญิงมีความจำเป็นสำหรับการสืบพันธุ์

ระบบสืบพันธุ์เพศชายคืออะไร

สิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่แบ่งออกเป็น 2 เพศ ได้แก่ เพศผู้ และ เพศเมีย แต่ละเพศจะมีระบบสืบพันธุ์แตกต่างกัน มีรูปร่างและโครงสร้างที่แตกต่างกัน แต่ทั้งคู่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อผลิตและขนส่งทั้งไข่หรืออสุจิ ไม่เหมือนกับของเพศหญิงที่มีอวัยวะเพศอยู่ภายในอุ้งเชิงกราน เพราะผู้ชายมีอวัยวะสืบพันธุ์หรืออวัยวะเพศ ซึ่งประกอบไปด้วย ลูกอัณฑะ, องคชาต, ท่อปัสสาวะ และ กระเพาะปัสสาวะ ผู้ชายที่สมบูรณ์จะมีลูกอัณฑะสองลูก สามารถเก็บอสุจิได้เป็นล้านตัว ลูกอัณฑะมีรูปไข่และจะมีความยาวประมาณ 2 นิ้ว (5 เซนติเมตร) และมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 นิ้ว (3 เซนติเมตร)

ลูกอัณฑะก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบต่อมไร้ท่อ เพราะพวกมันสามารถผลิตฮอร์โมนได้เอง โดยเฉพาะฮอร์โมนเพศชาย (testosterone) ซึ่งเป็นส่วนสำคัญของวัยหนุ่มสาวในผู้ชาย เมื่อเด็กชายเติบโตขึ้นจะผลิตฮอร์โมนมากขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนี้ยังส่งผลในพัฒนาการของเสียง กล้ามเนื้อ, ร่างกาย, ขนบนใบหน้า และยังช่วยกระตุ้นการผลิตสเปิร์มให้มากขึ้นอีกด้วย ข้างลูกอัณฑะคือท่อเก็บอสุจิ (epididymis) และ ท่อนำอสุจิ (vas deferens) ซึ่งประกอบไปด้วยระบบท่อของอวัยวะสืบพันธุ์ชาย ท่อนำอสุจิเป็นท่อกล้ามเนื้อที่ผ่านขึ้นไปด้านข้างอัณฑะและลำเลียงของเหลวคืออสุจิมาตามท่อ ท่อเก็บอสุจิเป็นชุดของท่อขด (มีอยู่ในอัณฑะข้างละอัน) ที่เชื่อมต่อกับท่อนำอสุจิ

อวัยวะเพศชายหรือองคชาติ (penis) ประกอบไปด้วยสองสิ่งคือ แท่งองคชาติ (shaft) และ ลึงค์ (glans) ในส่วนปลายจะเป็นช่องเล็กๆ หรือช่องซึ่งเป็นที่น้ำอสุจิและปัสสาวะออกจากร่างกายผ่านท่อปัสสาวะ ด้านในของอวัยวะเพศชายนั้นทำจากเนื้อเยื่อที่เป็นรูพรุนซึ่งสามารถขยายและหดตัวได้ ผู้ชายทุกคนจะเกิดมาพร้อมกับหนังหุ้มปลาย (foreskin) ซึ่งจะถูกขลิบหลังจากเกิด ซึ่งหมายความว่าแพทย์หรือสมาชิกคณะสงฆ์จะทำการตัดหนังหุ้มปลายลึงค์ออก การขลิบมักจะเกิดขึ้นในช่วงสองสามวันแรกของเด็ก แม้ว่าการขลิบจะไม่จำเป็นทางการแพทย์ แต่ผู้ปกครองที่เลือกให้ลูกเข้าสุหนัตเพื่อทำตามความเชื่อทางศาสนา ความกังวลเกี่ยวกับสุขอนามัยหรือเหตุผลทางวัฒนธรรมอื่นๆ อวัยวะเพศชายทำงานได้เหมือนกันหมด ไม่ว่าจะเข้าสุหนัตหรือไม่